สมัยนี้เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นเยอะมีเครื่องมือต่างๆ นาๆ ออกมาช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้นมากร่วมถึงการสร้างเว็บไซต์ก็เหมือนกันเมื่อก่อนถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วถ้าพูดถึงเรื่องการทำเว็บไซต์สัก 1 เว็บมันเป็นอะไรที่น่าปวดหัวมากสำหรับคนทั่วไปๆ สมัยนั้นถ้าใครจะสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเองต้องไปเรียนรู้ code ต่างๆ มากมายที่แน่ๆ ก็ภาษา HTML นี่แหละที่ต้องรู้แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไประบบต่างๆ เครื่องมือก็พัฒนามากขึ้นช่วยให้เรามีเว็บไซต์ได้ง่ายมากขึ้น บางทีแค่มีเงินไม่กี่ร้อยบาทก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้แล้ว เพราะมีผู้ให้บริการทำเว็บไซต์สำเร็จรูปต่างๆ มากมาย โดยที่ผู้ทำไม่จำเป็นต้องรู้ code …
Part 2 นี้ผมจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องเว็บไซต์บาง (จริงๆ เขียนไปเยอะแล้วนะ) การขายของออนไลน์สิ่งที่สำคัญมากและทุกธุรกิจต้องมีคือเว็บไซต์นั้นเอง เดี๋ยวนี้บางคนอาจจะขายของออนไลน์โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ก็มีและจะใช้พวก facebook, Line, instagram เป็นร้านค้าออนไลน์แทนเว็บไซต์ จริงๆ มันก็ได้นะแต่สำหรับผมยังไงก็ต้องมีเว็บไซต์เป็นหลักดีกว่า เพราะเว็บไซต์เป็นของเรา ผ่านไปนานแค่ไหนมันก็ไม่ปิดหายไปไหนหรอก สาเหตุที่ไม่แนะนำให้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นร้านค้าออนไลน์หลัก พวกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่หลายคนใช้ขายของกันในอนาคตไม่แน่อาจจะใช้ไม่ได้ก็ได้ ขนาดมีช่วงหนึ่งคนเคยเอา Hi5 …
บทความนี้ขยายความต่อจากบทความเรื่อง “หน้าตาเว็บไซต์ที่บริษัทส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ” อยากที่ผมเล่าไปในบทความที่แล้วว่ามีหลายเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาเพื่อขายของ ขายบริการต่างๆ หลายๆ คนที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ หรือ ผู้ที่ดูแลเว็บไซต์ (ที่ไม่มีความรู้ด้านนี้) ชอบคิดเองว่า ทำเว็บไซต์เสร็จเดี๋ยวก็มีคนเข้าเว็บไซต์เอง เดี๋ยวก็มีคนโทรมาสั่งซื้อสินค้าเอง เดี๋ยวก็ขายได้เองแหละ ไม่ต้องทำอะไรทำเว็บไซต์เสร็จก็แค่นั้งรอนอนรอ เดี๋ยวลูกค้าก็เข้ามาหาเอง ซึ่งส่วนใหญ่ของคนที่คิดแบบนี้ 100% เจ้งปิดเว็บไซต์เลิกขายของไปเยอะมาก และก็มีข้ออ้างว่า “ขายของออนไลน์ทำยาก …
ตั้งแต่ผมเปิดเว็บไซต์ Nampheung.com มาปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 3 แล้วก็ได้รับคำถามเดิมๆ อยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องวิธีการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress ว่าทำยากไหม ขั้นตอนยุ่งยากหรือเปล่า เขียนโปรแกรมไม่เป็น อ่าน HTML ไม่ออก จะทำได้หรือเปล่า ต่างๆนาๆ และผมก็ได้ตอบไปหลายครั้งด้วยคำตอบเดิมว่า “ทำได้ ทำง่าย คนไม่เก่งคอมก็ทำได้” …