ย้ายโฮสติงไปมาสุดท้ายมาจบที่ StableHost กับ Hawkhost

ช่วงปีสองปีมานี้ไม่รู้เป็นอะไรผมมักจะเจอปัญหาเรื่องโฮสติงมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหา โฮสล่ม โฮสช้า ที่เจอบ่อยๆ ย้ายไปมาหลายที่มากก็ยังเจอปัญหาเดิมๆ จนเบื่อ บางคนบอกว่าทำไมไม่ไปใช้ VPS หรือเช่าเครื่อง Server เองซะเลยละ คำตอบคือยุ่งยากและไม่คุ้มครับ เว็บผมมันเว็บเล็กคนเข้าวันละไม่ถึง 500 คน จะไปใช้ทำไมให้เปลืองตังเปล่า

โฮสติงส่วนใหญ่ที่ผมใช้จะใช้ของต่างประเทศ 100% เพราะว่าสมัยเริ่มต้นทำเว็บไซต์เป็นใหม่ๆ ก็ใช้โฮสติเงไทยนี่และราคาถูกๆ ปีละไม่กี่ร้อยบาท แต่ใช้ไปสักพักก็เจอปัญหาอย่างที่รู้ๆ กัน โฮสติงในไทยผมก็ใช้มาหลายที่นะ โดยเฉพาะเจ้าใหญ่ๆ ดังๆ ลองมาหมดและ เจอปัญหาเหมือนกันและอีกอย่างผมขอบใช้ Cloudflare โฮสไทยจะเจอปัญหากับ Cloudflare เป็นปกติอยู่แล้วเพราะระบบโครงสร้าง Network ประเทศไทยออกต่างประเทศไม่ค่อยจะดี ก็เลยเปลี่ยนไปใช้โฮสต่างประเทศตลอดมาหลายปีนี้

โฮสต่างประเทศก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เจอปัญหานะ เจอพอๆ กับโฮสไทยเลยครับ แต่ความบ่อยน้อยกว่าเยอะมาก เช่น โฮสไทย 1-2 เดือนล่มทีนึง แต่โฮสต่างประเทศอาจะ 1 ปี สักครั้งสองครั้งเองก็พอรับได้นะ แต่เจอบ่อยๆ รับไม่ได้ แล้วถามว่าโฮสต่างประเทศที่เคยใช้มามีเจ้าไหนบ้าง เรื่องนี้เคยเขียนไว้บทความก่อนๆ แล้วแต่จะสรุปให้อีกครั้ง

โฮสติงต่างประเทศที่เคยใช้มาคือ

  1. Hostnine โฮสติงต่างประเทศเจ้าแรกที่ใช้เลย ปัญหาที่ย้ายออกเพราะหลังๆมีปัญหาย่อยมากและซัพพอร์ทแก้ปัญหาช้ามาก 2 วันเว็บยังใช้ไม่ได้ งั้นไปดีกว่า
  2. Bluehost เจ้าดัง โฮสแห่งชาติของ WordPress ดีและเร็ว แต่ที่ย้ายเพราะมีซัพพอร์ทแต่ระบบแชท ไม่มีอีเมล์ ผมไม่ชอบแชท เวลามีปัญหาจะชอบส่งรูปไปในเมล์ได้
  3. Godaddy hosting อันนี้อยากลองของด้วยตัวเอง เพราะไม่เชื่อหลายๆ คนที่รีวิว ใช้ได้แค่เดือนเดียวก็ตามสภาพ ไปหาอ่านรีวิวเอาเองนะ
  4. Hostgator อยู่มาเกือบๆ 2 ปีตอนแรกว่าจะไม่ย้ายไปไหนแล้ว ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมากที่ Hostgator ผมใช้แพ็กเกจ Cloud Hosting โฮสนิ่งมากและไวมาก แต่สุดท้ายมาล่มครั้งใหญ่ล่มนานมากถึง 14 ชั่วโมง ซัพพอร์ทมีแต่แชทเหมือน Bluehost ติดต่อยากอีก เข้าใจว่ามีคนเจอเหมือนกันเยอะ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี ก็ใช้ต่อมาอยู่หลายเดือนนะ ปัญหาที่ทำให้ย้ายออกคือ เจอปัญหาระบบหลังบ้านของ WordPress ที่ข้าผิดปกติ ช้ามาก โหลดทีนึง 30-40 วิ ซึ่งช้าเกินไป ที่หน้าเว็บปกติเร็วดี และติดต่อซัพพอร์ทให้แก้ปัญหาให้ แต่ก็ไม่รู้เรื่องว่าเกิดจากอะไร สรุปแก้ไม่ได้ เลยย้ายออกดีกว่า

ปัจจุบัน ณ วันที่เขียนบทความนี้ ปี 2017 ใช้อยู่ 2 เจ้าคือ Hawkhost กับ StableHost

Hawkhost เห็นราคาแล้วถือว่าถูกว่าแถมระบบก็ Web server เป็น LiteSpeed ใช้คู่กับปลั๊กอิน LiteSpeed Cache แล้วเร็วแรงมากทำให้ผมติดใจเจ้านี้มาก เลยย้ายข้อมูลทั้งหมดมาไว้ที่นี่หมดเลยโดยเลือก located in Singapore แต่เท่าที่ใช้มา 2-3 เดือนนี้ ผมเลือก Singapore ไว้สองโฮสแต่โฮสแรกมีปัญหาทุกเดือนคือล่มมันทุกเดือน แต่อีกบัญชีนึงอยู่คนละ IP โฮสนิ่งดีมาก ก็เลยงงว่า ไมเป็นอย่างนั้น สงสัยต้องวัดดวงเวลาเช่าว่าจะได้อยู่เครื่องดีหรือเครื่องเน่า เพราะถ้าไปอยู่เครื่องที่คนใช้เยอะปัญหาก็ตามมาเป็นปกติ

สุดท้าย Hawkhost ผมไม่อยากย้ายไปไหนและเพราะชอบ LiteSpeed เลยอัพแพ็คเกจเป็น Semi Dedicated Hosting ซึ่งดีกว่าเดิมมาก โหลดไวกว่าเดิม เร็วแรง และไม่เคยล่ม แต่ก็จ่ายแพงขึ้นมาหน่อยนะ

ส่วน StableHost นี้เพิ่งเช่าไปล่าสุดเลย ที่ตัดสินใจเข่าที่นี่เพราะว่ารีวิวจากที่ต่างๆ ออกมาดีมากก็เลยอยากลองใช้ดี บวกกับ Web server เป็น LiteSpeed ทำให้ไม่ต้องคิดมาก แถม StableHost ตั้งแต่แพ็กเกจต่ำสุดให้ Ram 2GB มาเลย (ของ Hawkhost ให้ 1GB) และมี ocated in Singapore เหมือนกัน ลองใช้มาสักพักและยังไม่เคยเจอปัญหาอะไร

นี่คือสองโฮสติงที่ไว้ใจและยังใช้บริการอยู่ทุกวันนี้

สรุป Hawkhost กับ StableHost คือ

  1. ราคาถูกจาายเป็นเดือนได้ จ่ายรายปีมีส่วนลด
  2. คุณภาพดีเกินคาด ถ้าเทียบกับราคา
  3. เป็นแชร์โฮสที่จำกัดบัญชี เช่น 1 โฮสจะมีไม่เกิน 50 บัญชี ปกติที่อื่นอาจจะมี 100+
  4. ซัพพอร์ทดีมาก ตอบกลับไม่เคยเกิน 5 นาที
  5. ชอบส่วนตัวเพราะมี LiteSpeed Web server

เว็บ nampheung.com นี้ก็อยู่บน StableHost เหมือนกันครับ

Leave a Reply