ประสบการณ์ใช้งาน Hosting ต่างประเทศ Hostnine – BlueHost – Godaddy

เมื่อเดือนที่แล้วเว็บไซต์ของลูกค้าหลายรายรวมทั้งของผมเองด้วยมีปัญหา Hosting ล่มบ่อยมากผมใช้ Hostnine อยู่ ตอนแรกคิดว่า hostnine คือ host ที่ดีมากนะเพราะใช้มาต่ออายุก็ปีที่ 2 แล้วไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย แต่หลังๆ มานี่รู้สึกแปลกๆ ชอบกล โฮสมีปัญหาบ่อย Support ก็เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนติดต่อได้อย่างรวดเร็ว แต่หลังๆ มา กว่าจะติดต่อได้ช้ามาก บางทีรอ 2-3 วันกว่าจะติดต่อกลับมา พอติดต่อกลับมาแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เมื่อ Support บอกว่า “ช่วยไม่ได้” เวรกำโฮสมีปัญหาแต่ไม่ทำอะไรให้เลย ทำให้ตัดสินใจในทันทีเลยว่า ย้ายดีกว่าแบบนี้ ลองไปดูใน facebook ก็เริ่มมีฝรั่งมาบ่นกันเต็มเพจแต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับใดๆ (ณ ตอนนี้ยังใช้อยู่ 2 โฮสครับที่ Hostnine รอหมดอายุ)

ก็มองหาโฮสติ้งอยู่หลายที่ครับ ตอนแรกว่าจะไป BlueHost แต่ก็ต้องคิดดูก่อนนะ เพราะว่าเมื่อปีที่แล้วเพิ่งจะเช่าไป ใช้ได้ไม่ถึง 2 เดือนอยู่ๆ เว็บเข้าไม่ได้ซะงั้น ทำไปทำมา WordPress พังต้องมานั้งกู้ใหม่ เลยถอดใจกับ BlueHost ไปตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ถ้าใครมีเว็บไซต์หลายเว็บ (ของผมมีอยู่ 7 เว็บ) จริงๆ bluehost ก็ไม่ได้จำกัดปริมาณและเว็บไซต์นะ แต่พอใช้จริงๆ พอลองแล้ว BlueHost เหมาะกับ 1 Host ต่อ 1 เว็บไซต์มากกว่า เต็มที่ไม่เกิน 2 เว็บจะเหมาะมาก เพราะผมเคบลองใส่ไป 2 เว็บใช้งานได้ดีครับ ลื่นไหล ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่พอเพิ่มเว็บที่ 3 เข้าไปเท่านั้นและ ปัญหามาทันที โหลดช้า ล่มบ่อย จนขี้เกลียดคุยกับ Support ในที่สุดก็จากกันดีกว่า

และ Hosting เจ้าที่ 3 นั้นคือ Godaddy Hosting ขอบอกเลยว่า Godaddy ไม่เคยอยู่ในสายตาของผมเลยในเรื่อง Hosting เพราะลองค้นหาใน google ดูจะพบว่ามีปัญหาสารพัดมากมายเลย แต่ด้วยความอยากลองของ ก็เลยสมัครเข้าไปใช้ดูสักหน่อย เพราะหน้าเว็บทำข้อมูลออกมาแบบหน้าใช้ของที่นี่จัง ไม่รู้เป็นจิตวิทยาหรือเปล่า แต่ก็หลงเข้าไปใช้บริการจนได้ ขอบอกว่าเจ้านี้ไม่ธรรมดาครับ ผมเช่าโฮสต์แบบรายเดือนมาลองก่อน ใช้มาได้ 1-2 วัน เว็บเข้าอย่างไว แบบว่าไวมาก เว็บโหลดเร็วขึ้นจนเห็นได้ชัด แต่ก็นั้นแหละพอวันที่ 3 ระบบแจ้งว่า ผมใช้ทรัพยากรณ์โฮสเต็มแล้ว ต้องเพิ่ม RAM เข้าไปเป็น 2GB Godaddy Hosting ทุกแพ็กเกจจะมาพร้อม ram แค่ 512 ครับ แต่ก็ยังงงอยู่ว่ามันเต็มได้ไง เว็บคนก็ไม่ได้เข้าเยอะแค่วันละ 100-200 คนเอง แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วจ่ายเงินเพิ่ม RAM ไป จากนั้นก็ใช้มาได้อีก 3-4 วัน ในที่สุดก็เจอประสบการณ์ด้วยตนเองครับ “โฮสล่ม” อีกแล้ว จริงๆ เข้าใจครับว่า shared hosting ก็ต้องมีล่มกันเป็นธรรมดา ไม่มีที่ไหน ไม่ล่มหรอก แต่ล่มแล้วจะกลับมาได้เร็วแค่ไหน แต่ Godaddy ก็กลับมาไวนะแปบเดียวไม่ถึง 5 นาทีก็กลับมาได้แล้ว

แต่ที่ทำให้ผมต้องลาจากกับ Godaddy คือไม่ใช่เรื่อง Hosting หรอกครับ ผมว่า Hosting เขาสู่ที่อื่นได้เลยนะ คุณภาพระดับดีนึงเลย แต่เหมือนกับ BlueHost ไม่เหมาะกับคนที่มีเว็บเกิน 3 เว็บเต็มที่ ทางที่ดีใช้ 1 Host ต่อ 1 เว็บไซต์จะดีที่สุด แต่ Godaddy ก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง นั้นคือเรื่องการ Support ครับ เวลามีปัญหาถึงโฮสจะกลับมาปกติได้เร็วก็จริง แต่การ Support ของ godaddy นั้นมีแค่ทางเดียวคือ “โทรศัพท์” และติดต่อได้เฉพาะเวลาทำการอีกตั้งหาก เลยคิดว่าถ้าโฮสเกิดมีปัญหากลางคืนวันศุกร์ขึ้นมาจะทำยังไงวะเนี่ย กว่าจะโทรศัพท์ไปได้ก็ต้องรอถึงวันจันทร์โน้น เลยทำให้ตัดสินใจยากหน่อยว่าจะเอาไงดีแต่ก็ยังใช้มานะ ยังไม่เจอปัญหาอะไรหนักๆ เจอเว็บล่มบ้าง 10-30 วิก็กลับมาปกติ โดยที่ไม่ต้องแจ้ง Support เลย เหมือนมีคนค่อยดูแลตลอดเวลา

จริงๆ เรื่อง Hosting เนี่ยสำคัญสุดผมว่าเรื่องการ Support นะ ว่าการติดต่อง่ายและเร็วแค่ไหน ถึง Hosting จะดีแค่ไหนมันก็ต้องมีวันล่ม วันที่ใช้ง่านไม่ได้ มั้งและ ถ้า Support ดีเวลาเกิดปัญหาขึ้นก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้า Support ห่วยต่อให้ Hosting ดีแค่ไหนก็ไม่คุ้มที่จะไปเสี่ยงหรอกครับ

ณ ตอนนี้ผมใช้ Hostnine, BlueHost และ Godaddy Hosting ครับ ยังไม่มีปัญหาอะไร ตั้งแแต่เดือนเมษายน แต่มีอืดๆ บ้าง แต่ก็ยังพอรับได้นะ และคาดว่าเดือนสิงหาคมนี้ทุกโฮสจะหมดอายุกำลังตัดสินค้าว่าจะไป Godaddy Hosting อย่างเดียวครับ เพราะว่ามี Support ไทยนั้นเอง และมีปัญหาน้อยสุดแล้วตั้งแต่ใช้มา

@suteeshow

Blogger มือสมัครเล่น ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะครับ

comment