แนวคิดการทำธุรกิจ ก่อนเริมขายของออนไลน์

Shopping on Sales

วันนี้ขอนำเสนอบทความที่เกี่ยวกับการค้าขายในโลกออนไลน์ ที่ได้เงินอย่างจริงๆ จังๆ บ้างหลังจากที่เขียนแต่เรื่องเว็บ เรื่องทำร้านค้าออนไลน์ เรื่องแนวคิด มาเยอะแล้ว บทความนี้ผมจะเขียนเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ทำอย่างไรถึงจะขายของได้และขายดี

เริ่มจากที่ผมเริ่มเข้าสู่วงการ E-commerce หรือค้าขายของออนไลน์เนี่ย เมื่อ 2 ปีที่แล้ว อาจจะดูไม่นาน ใช่ครับผมเพิ่งเริ่มได้ไม่นานเลย แรกๆ มีหลายคนดูถูกว่า จะขายได้หรอ ออนไลน์เนี่ยใครที่ไหนจะมาซื้อ เขาไม่ซื้อของออนไลน์กันหรอก กลัวโดนหลอก ตอนที่เริ่มทำเจอคำพูดแบบนี้บ่อยมาก แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ทำต่อไปเลื่อยๆ จนทำมาได้สัก 4-5 เดือนตอนนั้นเองยอดขายของผมก็แตะ “6 หลัก” แล้วทำให้คนที่ดูถูกแรกๆ เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น (เราต้องทำให้เขาเห็น) และก็มีหลายคนเริ่มอยากเปิดร้านขายของออนไลน์ตามกันมากขึ้น เพราะเห็นขายง่าย ทำง่าย ได้เงินง่ายดี แค่รับออเดอร์ส่งของแค่นี้เอง แต่พอเอาเข้าจริงๆ หลายๆ คนที่เริ่มเปิดร้านขายของออนไลน์ส่วนใหญ่ 90% อยู่ได้ไม่ถึง 3 เดือนก็เลิกกันไปหมด และก็ชอบพูดว่า “ไม่เห็นจะขายได้เลย” คนที่ทำได้เขาเก่า เขาทำมาก่อนนิ (ผมก็เพิ่งเริ่มเหมือนกันยังทำได้เลย ไม่ได้ทำมา 10 ปี ซะหน่อย)

เรื่องแรกเลยที่ทุกคนต้องมีคือ “แนวคิดที่ถูกต้อง” และ “ความรู้ที่เกี่ยวข้อง”

ก่อนที่เราจะเปิดร้านขายของออนไลน์ เราต้องมีแนวคิดความเป็นเจ้าของธุรกิจเสียก่อน เพราะการค้าขายบนโลกออนไลน์เนี่ยมันก็เหมือนกับเรามีหน้าร้านออฟไลน์นั้นแหละ แค่มันอยู่บนอินเตอร์เน็ต เราต้องมีแนวคิดที่ว่า เราเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ ธุรกิจนี้คือลูกของเรา เราต้องทำทุกอย่างหาทุกวิธีที่จะทำให้ธุรกิจของเราเติบโต เราต้องมองระยะยาวและต้องศึกษาความรู้ที่จำเป็นต้องใช้ให้เยอะๆ อย่างที่ผมบอกไปคนที่เปิดร้านค้าออนไลน์หลายๆ คนมักไม่ทำการตลาดคิดแค่ว่าทำเว็บไซต์เสร็จแล้วจะมีคนมาซื้อ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด บางคนอยากจะขายของออนไลน์มาก แต่ไม่ได้ศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์เลย ไม่รู้จักวิธีทำ SEO ไม่รู้จักการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ แล้วพอลงทำจริงๆ มันจะไปขายของได้ยังไงละ

ผมมีเรื่องแนวคิดเรื่องนึงที่ดีมากและใช้อยู่ประจำ นั้นคือ A B  C (ไม่ได้ให้ท่องภาษาอังกฤษนะครับ)

A = attitude หรือ ทัศนคติ

ที่เราต้องมีคือทัศนคติที่ดีในการทำธุรกิจ และทัศนคติที่ดีเป็นยังไง ? ง่ายๆ ก็คือการคิดบวกนั้นและครับ ไม่ว่าเรื่องอะไรเราควรมีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องนั้นๆ เวลาเจอปัญหาเรามีทัศนคติอย่างไร อันดับแรกเราต้องรู้จักตัวเองก่อนคือต้องรู้ว่าตัวเองมีความคิด อารมณ์ อย่างไรเมื่อเจอปัญหา ถ้าเวลาเจอปัญหา ยอดขายไม่ดี เว็บเสีย ไม่มีลูกค้าเข้าเลย ขายขาดทุน และปัญหาต่างๆ นาๆ ที่เราต้องเจอ (คนที่ขายของออนไลน์ต้องเจอแน่นอน) เราจะมีทัศนคติอย่างไร บวก หรือ ลบ และมองมันเป็นปัญหาหรือโอกาส เช่นเราเจอลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ตกลงกันเรียบร้อย แต่พอถึงเวลาโอนเงินลูกค้ากลับยกเลิกซะงั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะหงุดหงิดมาก แต่พอคิดได้ว่า เวลาที่เราหงุดหงิดว่าลูกค้ายกเลิกไม่ซื้อ เอาเวลามาคิดดีกว่าว่าลูกค้าไม่ซื้อเพราะอะไร ถ้าปัญหาอยู่ที่เรา ก็ควรปรับปรุง แต่ถ้าปัญหาอยู่ที่ลูกค้ากวนตีน วันหลังเราก็ไม่ต้องไปคุยอะไรมาก เรื่องลูกค้ายกเลิกการสั่งซื้อผมเจอบ่อย เจอจนชิน เจอจนรู้ว่าถ้าลูกค้าพูดมาแนวๆ นี้ เป็นคนที่กวนตีน ไม่ใช่ลูกค้าแน่นอนก็อย่าไปให้ความสำคัญมาก ขายของออนไลน์เราต้องแยกให้ออกด้วยว่า คนไหนลูกค้า คนไหนพวกก่อกวน เพราะมีเยอะมาก

B = belief หรือ ความเชื่อ

นอกจากการทำธุรกิจแล้วไม่ว่าเรื่องอะไรเราต้องมีความเชื่อเสมอ หลายๆ คนที่ผมได้เจอที่ทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นอกจากไม่มีความรู้แล้ว ยังขาดความเชื่อด้วย ขนาดให้ตั้งเป้าหมายยอดขายเดือนละ 1 แสน เพื่อนผมบางคนยังบอกว่า บ้าเป็นไปไม่ได้ เยอะเกิน พวกนี้คือคนที่ไม่มีความเชื่อ และคนส่วนใหญ่มักจะชอบฟังและให้ความสำคัญกับเสียงพวกนี้ ทำให้ตนเองไม่เชื่อตามไปด้วยและสุดท้ายก็ล้มเหลว มีคำพูดที่บอกว่า

“ถ้าคนทั้งโลกบอกว่าเราทำได้ แต่ถ้าเราบอกว่าเราทำไม่ได้ เราก็ทำไม่ได้”

“ถ้าคนทั้งโลกบอกว่าเราทำไม่ได้ แต่เราบอกว่าฉันทำได้ เราก็ทำได้”

มันอยู่ที่ตนเองว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ ถ้าเชื่อว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้แน่นอน และต้องลงมือทำจริงๆ ด้วยละ ไม่ใช่นั้งคิดอย่างเดียว

C = Commitment หรือ พันธสัญญา

เราต้องมีพันธสัญญากับตนเอง ถ้าเราตั้งเป้าหมายอะไรเอาไว้ก็ต้องทำให้ได้ เช่นถ้าเราต้องการยอดขายเดือนละ 1 แสนบาทเราก็ทำมันจนกว่าจะได้มา คนส่วนใหญ่เวลาตั้งเป้าหมายว่าจะทำอย่างนู้อย่างนี้แต่พอทำไปสักระยะนึงก็เลิกไปซะงั้น และก็เปลี่ยนเป่าหมายไปเลื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรสักอย่าง การที่เราตั้งเป้าหมายไว้เราต้องมีพันธสัญญากับตัวเอง ว่าต้องทำให้ได้ ทำไปแล้วถ้ายังไม่ถึงเป้าหรือมีปัญหาอะไร สิ่งที่เราต้องทำคือ เปลี่ยนวิธีการ ไม่ใช่ เปลี่ยนเป้าหมาย เหมือนที่คนส่วนใหญ่ทำกัน เรารู้ว่าวิธีการนี้มันทำให้เราถึงเป้าหมายไม่ได้ก็อย่างไปใช้จงหาวิธีใหม่ซะ และที่สำคัญเป้าหมายที่ตั้งควรกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน ยกตัวอย่าง ช่วงที่ผมขายของออนไลน์ 2-3 เดือนแรก ยอดขายอยู่แค่ 2-3 หมื่นบาทเอง วันนึงได้คุยกับผู้บริหารท่านนึง เรื่องยอดขายว่ามันน้อยจัง ท่านเลยพูดมากว่า “ให้ลองตั้งเป้าหมายยอดขายมากกว่านี้สัก 2 เท่าดูสิ” ผมกลับมาก็ตั้งเป้าทันทีว่าจะต้องทำยอดขายมากกว่าเดิม 2 เท่า ก่อนเดือนตุลาคม ตอนที่คุยกันเดือนสิงหาคม ผมเหลือเวลาอีก 3 เดือน แต่พอเราได้เป้าหมายแล้วกำหนดเวลาที่บีบแล้ว (บังคับตัวเอง) สุดท้ายเดือนตุลาคมยอดขายก็ดีขึ้นมากกว่าเดิม 3 เท่าเกินที่ตั้งไว้อีกและสิ้นปียอดขายก็ทะลุหลักแสนภายในปีแรกที่เปิดเว็บขายของ (บางเว็บทำยอดได้เป็นหลักล้านก็มี ของผมมันแค่เด็ก)

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับเรื่อง A B C ลองเอาไปใช้กันดู สิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าเราจะทำเรื่องอะไรก็ตาม จะเปิดร้านค้าออนไลน์ หรือ ทำธุรกิจทั่วๆ ไป เรื่องแนวคิดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าคุณอย่างจะสำเร็จก็ต้องฝึกเรื่องแนวให้ถูกต้องด้วย

ตอนแรกบอกว่าจะไม่เขียนเรื่องแนวคิดแล้วแต่สุดท้ายก็เขียนจนได้ คงไม่ว่ากันเพราะมันสำคัญจริงๆ เลยอยากให้ผู้ที่คิดจะเริ่มขายของออนไลน์เป็นอาชีพหลักได้รู้ไว้ก่อน แต่ถ้าคุณต้องการขายของออนไลน์แค่ อยากได้เงินเล็กๆ น้อย หลักพัน หลักหมื่น ขายๆ ได้เงินแล้วก็ไปก็ไม่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องแนวคิดมาก

แต่สำหรับผม ผมมองการขายของออนไลน์เป็นการทำธุรกิจ ธุรกิจหนึ่งเลย เป็นอาชีพหลัก และต้องการยอดขายระดับ 10 ล้าน 100 ล้าน ถ้าใครคิดเหมือนกันควรรู้เรื่องแนวคิดไว้เยอะๆ ครับ อาจจะหาอ่านหนังสือแนวคิดอ่านเพิ่ม เดี๋ยวนี้ตามร้านหนังสือมีเยอะมาก

Part นี้ขอจบไว้แค่นี้ครับ Part ต่อไปก็ติดตามอ่านได้ในโอกาสหน้า

@suteeshow

Blogger มือสมัครเล่น ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะครับ

comment